[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
ไทยตอนบน มีอากาศหนาว ลมแรง อุณหภูมิลด 2-6 องศา ใต้ มีฝนต่อเนื่อง (24 พ.ย. 2560, 06:45) Ajin ฅนไม่รู้จักตาย(24 พ.ย. 2560, 06:45) “ฟิทช์” ชี้ธุรกิจทีวีไทยหืดจับ(24 พ.ย. 2560, 06:40) เสือใต้งานเข้า! ยูฟ่าสั่งสอบแฟนบอล ก่อเหตุประท้วงค่าตั๋วเกม ชปล.(24 พ.ย. 2560, 06:40) สลด! รถตู้ขนแรงงานต่างด้าว ชนสนั่นรถพ่วง ไฟลุกท่วม ดับสยอง 14 ศพ (24 พ.ย. 2560, 06:38) "WoodWood"เพลินเพลง สนุกกิจกรรมได้ทั้งครอบครัว(24 พ.ย. 2560, 06:30) รอปรับปรุง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งประเทศฝรั่งเศส (24 พ.ย. 2560, 06:30) แนวทางเกษตรอินทรีย์เพื่อความยั่งยืน(24 พ.ย. 2560, 06:30) หนุ่มขี่จยย. ร่วงลงไปในท่อประปา เจ็บ ตรงข้าม ซ.ประชาอุทิศ 17(24 พ.ย. 2560, 06:27) ซีพีเอฟตั้งศูนย์รับฟังเสียงพนักงาน(24 พ.ย. 2560, 06:20) แพทย์ยิมฯหื่น(24 พ.ย. 2560, 06:15) สรุปข่าวเด่นรอบดึก ประจำวันที่ 23-24 พ.ย. 60 เวลา 18.00-06.00 น.(24 พ.ย. 2560, 06:10) 26 พ.ย.วันสุดท้าย ต้องไปให้ได้ พาชมนิทรรศการ ห้องหมายเลข ๙ งดงาม (24 พ.ย. 2560, 06:05) สุดสะเด่า 9 รู้จัก ทีนควีนตัวแม่ นางแบบที่มีรายได้มากสุดในโลกปี 2017 (24 พ.ย. 2560, 06:05) รฟม.กลับลำดื้อๆอุ้มBEMถอดเก้าอี้(24 พ.ย. 2560, 06:01) 7เผ่าไทยภูเขา ชมนิทรรศการ(24 พ.ย. 2560, 06:01) ยอดขายข้าวตราฉัตรพุ่ง(24 พ.ย. 2560, 06:01) Roza Kid’s Athletics แจ้งเกิดนักกีฬากระโดดค้ำเยาวชนดาวรุ่ง น้องเกี๊ยว ชลธิชา คะบุตร พร้อมหนุนสุดกำลัง(24 พ.ย. 2560, 06:01) “เมืองอัจฉริยะ” สู่ก้าวต่อไป...ไม่ใช่เพียงความฝัน(24 พ.ย. 2560, 06:01) “แบรนด์รังนกแท้” งานคราฟต์ที่ยังใช้ Hand pick กับ 150 ขั้นตอนกว่าจะถึงมือผู้บริโภค(24 พ.ย. 2560, 06:01)
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 8 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ลิ้งค์แนะนำ
facebook

facebook

ติดต่อทาง facebook  
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งผาสุข

สถิติผู้เยี่ยมชม
 เริ่มนับ 9/ก.พ./2559
ผู้ใช้งานขณะนี้ 1 IP
ขณะนี้
1 คน
สถิติวันนี้
10 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
381 คน
สถิติเดือนนี้
8881 คน
สถิติปีนี้
76691 คน
สถิติทั้งหมด
153609 คน

  

   เว็บบอร์ด >> ติดต่อ-สอบถาม >>
ถ่ายเป็นเลือด  VIEW : 53    
โดย ดร. ศิรพงศ์ รักต์เธียรธรรม

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 7
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 2
Exp : 25%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 171.96.190.xxx

 
เมื่อ : พฤหัสบดี ที่ 9 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลา 21:56:11   

ถ่ายเป็นเลือด

ปวดประจำเดือน, ปวดท้องประจำเดือน, เจ็บท้องประจำเดือน หรือ ปวดท้องเมนส์ (Dysmenorrhea) คือ อาการปวดท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานในขณะที่มีประจำเดือน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอตามรอบของการมีประจำเดือน (โดยปกติจะห่างกันทุก 28 วัน แต่บางคนก็มาเร็วหรือช้ากว่านี้) การปวดประจำเดือนนี้ส่วนใหญ่พบได้ในผู้หญิงวัยมีประจำเดือน ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดไม่มากและยังสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่มีส่วนน้อยที่อาจปวดรุนแรงจนต้องพักงาน โดยอาการปวดประจำเดือนนั้นแบ่งออกได้เป็น ชนิดปฐมภูมิ (ไม่ทราบสาเหตุ) ซึ่งพบได้เป็นส่วนมาก กับชนิดทุติยภูมิ (มีสาเหตุ) ซึ่งพบได้เป็นส่วนน้อย

ในช่วงหนึ่งของชีวิตผู้หญิงที่มีประจำเดือน มีผู้หญิงจำนวนน้อยมากที่ไม่มีอาการปวดประจำเดือนเลยซึ่งนับว่าเป็นโชคดีมาก เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่โดยเฉพาะวัยรุ่นจำนวนมากถึง 90% จะมีอาการปวดประจำเดือนมากบ้างน้อยบ้างสลับกันไป และมีผู้หญิงอีกประมาณ 5-10% ที่จะมีอาการปวดประจำเดือนมากจนทำให้ต้องพักงานหรือขาดเรียนอยู่เสมอในช่วงที่มีประจำเดือน ทำให้เสียโอกาสในการทำงานและการเรียนรู้ และยังอาจมีผลกระทบต่อจิตใจหรือความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวซึ่งประเมินเป็นมูลค่าทางการเงินไม่ได้อีกด้วย

จากการศึกษาพบว่า อายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนครั้งแรกของเด็กผู้หญิงไทยจะอยู่ที่ประมาณ 12 ปี 7 เดือน เด็กผู้หญิงทางภาคเหนือจะมีอายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนเร็วกว่าภาคอื่น ๆ ส่วนเด็กทางภาคใต้จะมีอายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนช้ากว่าภาคอื่น ๆ โดยช่วง 1-2 ปีแรกที่เริ่มมีประจำเดือน จะมาแบบไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากการทำงานของรังไข่ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ จึงทำให้ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ

สาเหตุการปวดท้องประจําเดือน
เมื่อมีอาการปวดประจำเดือน ผู้หญิงส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นอาการปกติของการมีประจำเดือน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นความจริงและก็มีที่ไม่จริงบ้าง โดยทั่วไปอาการปวดประจำเดือนจะเกิดจากมดลูกหดรัดตัวทำให้เกิดอาการปวดบริเวณท้องน้อย แต่หากมีอาการปวดมากจนมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือทำให้ต้องพักงาน แบบนี้ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป เพราะสาเหตุที่ทำให้มีอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นมีหลายสาเหตุ ซึ่งการรักษาบางครั้งอาจต้องถึงขั้นผ่าตัดเลยทีเดียว

สาเหตุของการปวดประจำเดือนจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ

ปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ (Primary dysmenorrhea) เป็นการปวดประจำเดือนที่แพทย์ตรวจไม่พบพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกรานหรือท้องน้อยที่ชัดเจน โดยจะไม่มีความผิดปกติของมดลูกและรังไข่แต่อย่างใด ในปัจจุบันเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างการมีประจำเดือน และมาจากการมีสารพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) หลั่งออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูกมากผิดปกติ และสารชนิดนี้จะดูดซึมผ่านกระแสเลือดและมาออกฤทธิ์ที่มดลูก จึงทำให้มดลูกมีการบีบเกร็งตัวและเกิดอาการปวดที่บริเวณท้องน้อย การปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมินี้มักพบได้ในเด็กสาวหรือผู้หญิงวัยรุ่น ส่วนมากจะเริ่มมีอาการตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก หรือไม่ก็เกิดขึ้นภายในช่วง 2-3 ปีหลังจากการมีประจำเดือนครั้งแรก โดยจะมีอาการมากที่สุดในช่วงอายุ 15-25 ปี หลังจากวัยนี้ไปอาการจะค่อย ๆ ลดลง บางรายอาจหายปวดหลังแต่งงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการมีลูกแล้ว มีเพียงส่วนน้อยที่ยังอาจมีอาการตลอดไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน
ปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ (Secondary dysmenorrhea) เป็นการปวดประจำเดือนที่แพทย์ตรวจพบพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกรานร่วมด้วย ลักษณะการปวดจะมีอาการปวดก่อนมีเลือดประจำเดือนมาและยังปวดต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าประจำเดือนจะหยุดหรือหลังประจำเดือนหยุด ผู้ป่วยจะมีอาการปวดครั้งแรกเมื่อมีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป โดยก่อนหน้านี้จะไม่เคยมีอาการปวดประจำเดือนเลย การปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมินี้ มักเกิดจากความผิดปกติของมดลูกหรือรังไข่ เช่น
การมีเนื้องอกมดลูก โดยเฉพาะในโพรงมดลูก มดลูกจึงมีการบีบตัวเพื่อขจัดสิ่งขัดขวางการหดรัดตัวในโพรงมดลูกออก จึงทำให้มีอาการปวดประจำเดือนมากขึ้นเรื่อย ๆ
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นผิดที่ หรือ เยื่อบุโพรงมดลูกต่างที่ (Endometriosis) โดยเยื่อโพรงบุมดลูกจะหลุดออกมาจากท่อรังไข่ย้อนเข้ามาเจริญที่เยื่อบุช่องท้อง รังไข่ บริเวณอุ้งเชิงกราน หรือลำไส้ ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนในร่างกายที่หลั่งออกมาจากรังไข่เช่นเดียวกับเยื่อบุโพรงมดลูก ดังนั้นในขณะที่มีประจำเดือนจะทำให้มีเลือดออกในช่องท้องด้วย จึงทำให้เกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุช่องท้อง ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องในขณะที่มีประจำเดือน ซึ่งในรายที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรงเป็นประจำ มักมาจากสาเหตุนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่มีบุตรยาก
การมีพังผืดในช่องท้อง (Pelvic adhesion) พังผืดเกิดจากการผ่าตัดครั้งก่อน หรือจากการที่เคยมีการอักเสบในอุ้งเชิงกรานมาก่อน (ที่ไม่ใช่จากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นผิดที่) จะทำให้เกิดการดึงรั้งของพังผืดกับเยื่อบุช่องท้องหรือเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดอาการปวดขึ้นมา ส่วนมากผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังมากกว่าที่จะปวดตามรอบของประจำเดือน
ถ่ายเป็นเลือด
HonestDocs
[url]https://www.honestdocs.co/stool-blood-signal[/url]
[url]www.honestdocs.co/sitemap[/url]